ภาวะจำยอม

ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำให้เห็นแล้วว่าสามารถถอยไปเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟได้

ทว่าผลกระทบที่ตามมาคือการที่ ลิเวอร์พูล ขาดกองกลางที่จะคอยช่วยทีมตรงกลางสนาม เหมือนอย่างที่ ทอม วอร์วิลล์ นักเขียนแนวเชิงวิเคราะห์ของ ดิ แอธเลติก ได้อธิบายเอาไว้……

แม้ว่าจนถึงตอนนี้ ฟาบินโญ่ จะรับบทอะไหล่ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กทางฝั่งซ้ายได้ดี แต่ผลงานในเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็แสดงให้เห็นว่าการนำ ฟาบินโญ่ กับ เฮนเดอร์สัน มาจับคู่กันที่ไม่ใช่ตรงตำแหน่งมิดฟิลด์ถือเป็นการเสียของสุดๆ

จริงอยู่ว่า คุณสมบัติในการเล่นของ ฟาบินโญ่ ทำให้เขาสามารถไปเล่นเป็นกองหลังได้ ยกตัวอย่างเช่น ครองบอลเหนียวแน่น และได้สัมผัสบอลเฉลี่ยราว 80 ครั้งต่อ 90 นาที ซึ่งถือว่าติด 20 อันดับแรกหากนับในกลุ่มกองกลางตัวรับกับมิดฟิลด์ตัวกลางของ พรีเมียร์ลีก

SAGAME66

ส่วนเรื่องการครองบอล ฟาบินโญ่ มีอัตราการเสียบอลจากสัดส่วนการสัมผัสบอลแค่ 13% น้อยเป็นอันดับ 13 ในตำแหน่งของเขา การเล่นได้นิ่งและเล่นกับบอลได้ดีถือเป็นกุญแจสำคัญในการเล่นเป็นกองหลังให้กับ ลิเวอร์พูล ชุดนี้ ซึ่ง ฟาบินโญ่ ก็ทำได้ดีทั้ง 2 ด้าน แต่ที่ชวนให้รู้สึกเสียของ ก็คือการที่เกมรับอันแข็งแกร่งของเขาน่าจะไปมีประโยชน์ในตำแหน่งอื่นมากกว่า

ในบรรดามิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ มีเพียง SAGAME66 ที่มีค่าเฉลี่ยการสกัดโดนบอล และการตัดบอลต่อการสัมผัสบอลของคู่แจ่ง 1,000 ครั้งได้มากกว่า ฟาบินโญ่

ทักษะที่ ฟาบินโญ่ มี ถือเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับคนเป็นกองกลางตัวรับ เพราะทำให้เขาสามารถทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะยืนเฝ้าแนว, ช่วยสกรีน และทำลายการขึ้นเกมของคู่แข่ง รวมถึงการเริ่มตั้งเกมบุกด้วยตัวเอง

แม้จะถอยไปเล่นเซนเตอร์แบ็กฝั่งซ้าย แต่ผลงานของเขาก็ยังทำได้ดี โดยติดอันดับ 7 ในด้านการแย่งบอลตอนที่คู่แข่งกำลังครองบอลได้ ด้วยค่าเฉลี่ย 6.1 ครั้งต่อการที่คู่แข่งจับบอล 1,000 หน

ตรงจุดนี้ถือว่า ฟาบินโญ่ ต่างกับการรับบทบาทเซนเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ อย่างสิ้นเชิง เพราะฝ่ายหลังมีค่าเฉลี่ยในด้านนี้แค่ 1.8 ครั้ง ซึ่งเป็นอันดับ 102 จากเซนเตอร์แบ็กทั้งหมด 114 คน

สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ ฟาน ไดค์ ชอบถอยไปตั้งรับลึกเพื่อคุมพื้นที่ ไม่ใช่การตัดบอล ฟาน ไดค์ จะเข้าหาบอลก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น นั่นทำให้มิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล สามารถไล่กดดันคู่แข่งเพื่อเอาบอลมาครองได้

ติดตามข่าวสารได้ที่ mymeeti.com